Comments system

[blogger][disqus][facebook]
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักรังสีเทคนิค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักรังสีเทคนิค แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

การทำงานในยุค 5 g

    


     ทุกวันนี้ระบบงานรังสีเกือบทั้งหมด เป็นการทำงานบนคอมพิวเตอร์ ทั้งระบบการลงทะเบียน การสร้างภาพ การประมวลผล และการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งสร้างปัญหาพอสมควรสำหรับ คนยุคเก่าแบบผม โชคยังดีที่น้องๆในแผนกมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี งานบริการผู้ป่วยเลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากนัก 

    การทำงานในยุคนี้ต่างไปจากสมัยที่ผมเรียนจบมาใหม่ๆค่อนข้างมาก เทคโนโลยี่ก็พัฒนาไปไวมากๆ เช่นมีซอฟแวร์ในการแก้ไข motion artifact เวลาที่คนไข้ไม่อยู่นิ่งๆ ซึ่งสมัยก่อนมันแค่ช่วยได้ระดับหนึ่ง แค่ไม่ให้ภาพมันน่าเกลียดเกินไปจนแพทย์ดูไม่รู้เรื่อง แต่สมัยนี้มันแก้ไขได้จนภาพเนียนกริบ จนผมเองยังตกใจที่เห็นครั้งแรก ก็ได้แต่ดีใจที่คนไข้ก็จะได้รับการวินิจฉัยที่ดีขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก และไม่ต้องหงุดหงิดเวลาต้องตรวจคนไข้ซ้ำๆ 

    ผมเองก็ต้องยอมรับว่าหลายๆอย่างเริ่มตามน้องๆรุ่นใหม่ไม่ทันล่ะ แต่ก็มีความสุขที่เห็นความก้าวหน้าของวิชาชีพรังสีเทคนิค และก็รู้สึกสนุกกับการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีอะไรมาให้เราเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความท้าทายใหม่กับระบบ CR

 
 
หลังจากพยายามมานาน ในที่สุดผมก็ได้ใช้งานระบบ CR กะเขาซักที อาจจะช้าไปบ้างแต่ก็ถือว่ายังดีกว่าไม่ได้ใช้ เนื่องจากต้องทนกับระบบการล้างฟิล์มด้วยน้ำยามาหลายปี จนเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง สายตาก็เริ่มมีปัญหา ถึงแม้ว่าเราจะป้องกันตัวเองอย่างไร ในระยะยาวเราก็ต้องได้รับผลข้างเคียงจากน้ำยาล้างฟิล์มอยู่ดี

     ระบบ CR มันดีตรงที่เราไม่ต้องไปเลี่ยนหรือดัดแปลงเครื่องเอกซเรย์(ซึ่งมันก็เก่าแล้ว) เราเปลี่ยนที่ระบบการสร้างภาพ จากเดิมที่เราต้องเอาฟิล์มไปล้างในห้องมืด แล้วได้แผ่นฟิล์มออกมา แต่ในระบบ CR เราใช้ Image plate เป็นตัวรับภาพแทนคาสเซท แล้วจึงนำ Image plate ไปเสียบเข้าเครื่อง CR แล้วไอ้เจ้าเครื่อง CR นี้มันก็จะแปลงภาพมาเป็นไฟล์ติจิตอล แสดงบนหน้าจอ ซึ่งไฟล์เหล่านี้เราสามารถส่งต่อให้แพทย์ดูได้ทางระบบ Network ของโรงพยาบาล หรือจะดูผ่าน Internet ก็ได้

     นับเป็นสิ่งท้าทายสำหรับนักรังสีเทคนิค ที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี่สมัยใหม่ และต้องควบคุมคุณภาพของภาพรังสีให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ยอมรับว่าตอนแรกผมต้องปรับตัวเรียนรู้อยู่พอสมควร กว่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง มีปัญหา อุปสรรคอยู่พอสมควรเดี๋ยววันหลังผมจะมาเล่าต่อนะครับ วันนี้แค่นี้ก่อนครับ งานเข้าล่ะ

   

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มะเร็งตับ.....ทำไมมันเยอะจังฟระ!!

     เนื่องจากการนั่งกดแป้นพิมพ์เครื่อง CT Scan อยู่ทุกวันๆ ผมเจอผู้ป่วยมาด้วยมะเร็งตับ หมอสงสัยมะเร็งตับ เยอะมากๆๆๆ เอาเป็นว่าเกือบทุกวันที่ผมมาทำงานเลยก็ว่าได้ เฮ้ย! คนไทยเป็นมะเร็งตับกันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ มันบ้ามากที่เราเจอผู้ป่วยมะเร็งตับมาเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เกือบทุกวัน อีกหน่อยคงเป็นกันทั้งเมืองแล้วมั้งเนี่ย

     ที่จริงแม้แต่คนที่ผมรู้จักก็จบชีวิตด้วยมะเร็งตับไปหลายคน ซึ่งจะว่าไปส่วนใหญ่ก็เป็นพวกดื่มหนักทั้งนั้น มีเป็นบางคนที่ไม่ดื่มเหล้าแต่ก็สูบบุหรี่จัด หรือไม่ก็พวกชอบกินสุกๆดิบๆ น่าแปลกที่เราเป็นประเทศไม่ค่อยรวยเท่าไหร่แต่กลับมีสถิติการดื่มสุราที่สูงติดอันดับต้นๆของโลก สงสัยเข้าตำรา "จน เครียด กินเหล้า" ทั้งที่บ้านเรามันร้อนบรรลัย แต่อัตราส่วนคนดื่มเหล้าก็ยังสูง

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ขอบเขตการทำงานของนักรังสีเทคนิค

     สวัสดีครับไม่ได้เขียนบทความเสียนาน เนื่องจากภรรยาผมได้ตั้งท้องลูกคนที่สอง จึงต้องให้เวลากับครอบครัวมากหน่อย คนที่มีลูกเมียน่าจะเข้าใจดีนะครับ

     วันนี้ผมขอพูดถึงขอบเขตหน้าที่ของนักรังสีเทคนิคหน่อยนะครับ เนื่องจากผมได้เจอเหตุการณ์นี้ที่แผนกของผมเอง เรื่องก็คือมีผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจ CT Scan Upper Abdomen แต่ว่าผู้ป่วยมีปัญหาเส้นเลือดเปราะ และมีขนาดเล็ก พยาบาลไม่สามารถเปิดเส้นเลือดเพื่อฉีด Contrast Media (สารทึบรังสี)ได้ พยาบาลและนักรังสีเทคนิคจึงลงความเห็นว่าทำต่อไม่ได้ จึงหยุด Case นี้เพียงเท่านั้นและให้ผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วยไป หลังจากนั้นก็ส่งฟิล์มให้รังสีแพทย์อ่านผล เป็นการทำ CT Scan Upper Abdomen แบบไม่ฉีดสารทึบรังสี โดยไม่ได้รายงานว่าเกิดอะไรขึ้นจึงไม่ได้ฉีดสารทึบรังสี

     ผมกลับมาทำงานในตอนเช้าวันจันทร์ (ผู้ป่วยมาตรวจในวันอาทิตย์) มีโทรศัพท์เข้ามาจากหมอเจ้าของไข้ ขอความชัดเจนว่าทำไมไม่ฉีดสารทึบรังสี ผมเองก็งงอยู่พักนึงเพราะยังไม่มีใครรายงานรายละเอียดให้ทราบ เลยต้องกลับมาถามน้องๆที่อยู่เวรตอนนั้น พอรู้เรื่องเล่นเอาแทบเป็นลมขอรับ เพราะพวกเขามา Off Case โดยพละการ แล้วไม่ยอมรายงานหมอเจ้าของไข้ หมอก็เลยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็เลยต้องรายงานหมอไปตามนั้น และขอตรวจผู้ป่วยคนนี้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เรียบร้อยครับ ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนก็พลอยโล่งอกไปตามๆกัน

     แต่ที่ผมต้องทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในแผนก ก็คือถ้าเราจะต้องเปลี่ยนแปลง Order ของหมอ จะต้องรายงานแพทย์เจ้าของไข้ทุกครั้ง อย่าทำเองตามใจชอบ เพราะเราจะต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้นๆ ดีแต่ว่าผู้ป่วยคนนี้ไม่ได้เป็นโรคที่มีอันตรายในเวลาอันสั้น ไม่งั้นผมคงต้องปวดหัวมากกว่านี้


  

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

งานของผู้ช่วยนักรังสีการแพทย์

     บุคลากรในแผนกรังสีวิทยา โดยทั่วไปจะประกอบด้วย รังสีแพทย์ นักรังสีการแพทย์ เจ้าหน้าที่รังสีการแพทย์ ผู้ช่วยนักรังสีการแพทย์ คนงาน แม่บ้าน ซึ่งแต่ละคนก็มีหน้าที่ของตนเองที่ต้องรับผิดชอบกันไป
   
     วันนี้เรามาว่ากันถึงเรื่องของผู้ช่วยนักรังสีการแพทย์(ต่อไปนี้ผมขอใช้คำว่า ผู้ช่วยฯ นะครับ) ซึ่งก็มีหน้าที่ "ช่วย" งานต่างๆของนักรังสีการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่รังสีการแพทย์ บุคคลากรเหล่านี้ไม่ได้จบการศึกษาด้านรังสีเทคนิค มีงานหลักๆเช่น ล้างฟิล์ม ส่งฟิล์ม เตรียมผู้ป่วยก่อนเข้ารับการตรวจ แต่ไม่ใช่การไปเอกซเรย์ผู้ป่วยแทนนักรังสีการแพทย์

    

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ช่วยเหลือเพื่อน

     เมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้รับการติดต่อจากเพื่อนสนิทที่เป็นแพทย์ ให้ช่วยหาเครื่องเอกซเรย์มือสองในราคาที่ประหยัดให้หน่อย ประมาณว่าจะเอาไปใช้ที่คลีนิค เพื่อเสริมการตรวจให้ครบถ้วนมากขึ้น ผมก็ได้แนะนำพี่ที่รู้จักกันดีที่เขาทำธุรกิจทางด้านนี้โดยเฉพาะให้เขาไปช่วยดูแลตั้งแต่การสร้างห้องไปจนถึงการติดตั้งเครื่อง จนถึงวันนี้ผมยังไม่ได้ติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้เลย คิดว่าไม่นานก็คงจะเรียบร้อย
     เรื่องการใช้เครื่องเอกซเรย์ในคลีนิคของแพทย์นั้นเป็นเรื่องที่คุยกันมานานแล้วในแวดวงรังสีเทคนิค ว่าจริงๆแล้วเหมาะสมหรือไม่ สำหรับผมเองส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้ ขอเพียงให้มีการป้องกันอันตรายทางรังสีที่เหมาะสม ปลอดภัย ก็แล้วกัน เพราะว่ายังไงหมอคงต้องปกป้องผู้ป่วยและตัวคุณหมอเองอยู่แล้ว แต่จะว่าไปมันก็ไม่ค่อยจะถูกต้องตามกฎหมายซะทีเดียว แต่ว่าด้วยจรรยาบรรณของแพทย์ท่านคงไม่ทำอะไรที่เสี่ยงๆหรอกครับ ยิ่งสมัยนี้ที่การฟ้องร้องแพทย์กำลังฮิตติดเทรนด์
     ผมเองไม่ค่อยคิดมากอะไรนักหรอกกับการที่บุคลากรสายงานอื่นมาทำการเอกซเรย์ให้ผู้ป่วย ตราบใดที่มีการควบคุมคุณภาพ ขอบเขตหน้าที่ให้เหมาะสมกับงาน เพราะในความเป็นจริงนักรังสีเทคนิคยังเป็นสิ่งที่ขาดแคลนในระบบสาธารณสุขเมืองไทย ถึงแม้ว่าจะมีการเพิ่มสถาบันการศึกษาเพื่อให้มีปริมาณนักรังสีเทคนิคมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทันกับการขยายตัวของกลุ่มผู้ป่วยที่มีแต่จะมากขึ้นทุกวัน
     ผมคิดเรื่องนี้มาหลายปีแล้วและทุกวันนี้ก็ยังคิดอยู่ว่าทำไมบ้านเมืองเราถึงยังขาดแคลนบุคคลากรด้านรังสี ทั้งที่มีการเพิ่มการผลิตบัณฑิตอยู่ทุกๆปี แถมยังมีน้องๆมาบ่นกับผมอีกว่าหางานยาก ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าจริงๆมันเกิดจากอะไรกันแน่ฟะ ถ้าใครรู้ช่วยบอกผมทีเถอะ

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ยินดีต้อนรับ ท่านหัวหน้า ภาคสอง

     ต้องขอโทษที่ทำให้รอนานหลายวัน เนื่องจากติดธุระส่วนตัวก็เลยไม่ค่อยได้มา update ข้อมูลใน blog เอาล่ะเรามาว่ากันต่อจากตอนที่แล้วละกัน

     2.  ทำความเข้าใจกับเพื่อนร่วมงานและพัฒนาสัมพันธภาพ
      อย่างว่าล่ะครับ การทำงานร่วมกับบุคคลอื่นยังไงก็ต้องมีปากมีเสียง มีเรื่องไม่เข้าใจกัน โดยเฉพาะ

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คุยกันเล่นๆเกี่ยวกับการขึ้นเวร

     หลายๆคนถ้าบังเอิญได้อ่านบทความก่อนหน้าอีก คงจะรู้สึกว่าผมไม่ได้ให้ความรู้อะไรกับท่านเลย ถูกต้องนะคร้าบ  ผมไม่เคยคิดจะให้ความรู้ตามหลักวิชาการหรืออะไรทำนองนี้กับพวกคุณหรอกครับ เพราะผมเชื่อว่าพวกคุณมีแหล่งข้อมูลเหล่านี้อยู่เพียบแล้วหล่ะครับ อีกอย่างไอ้เรื่องพวกนี้คุณสามารถใช้บริการ google.com ได้อยู่แล้ว ผมก็เลยตั้งใจจะถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และความเข้าใจของผมเอง ที่ผ่านชีวิตของการเป็นคนเอกซเรย์มาพอสมควร เผื่อว่าจะมีประโยชน์เล็กๆน้อยๆให้กับใครก็ตามที่ให้

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นักรังสีฯจอมอู้งาน

    ปัญหาการอู้งาน เป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับทุกคน ไล่มาตั้งแต่ผู้บริหาร หัวหน้าแผนก เพื่อนร่วมงานและผู้ป่วย ถ้านิดๆหน่อยๆนานๆทีก็ไม่ว่ากันหรอกครับ ก็พอจะเข้าใจ สังคมไทยมันก็อย่างนี้ แต่ถ้ามากเกินไปมันก็ไม่ดีนะครับ แม้ว่าท่านจะบอกว่ารับราชการมานานแล้วก็เถอะ
    บรรดาจอมอู้ทั้งหลายต่างก็มีเทคนิคส่วนตัว บางคนก็แนบเนียนจนมองแทบไม่ออก บางคนก็ทำแบบหน้าด้านๆ เรามาดูกันว่านักรังสีเทคนิคอย่างเรามีกลยุทธ์การอู้งานขั้นเทพอย่างไร

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

งานมาหา หรือ ไปหางาน สำหรับคนเอกซเรย์

     ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ถ้าผมจะบอกคุณว่าผมไม่เคยตกงานเลยในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่ต้องออกไปต่อสู้เพื่อให้ได้ตำแหน่งงานมันเป็นยังไง เฮ้ๆๆๆ อย่าเพิ่งหมั่นไส้กันนะครับ คุณลองไปถามนักรังสีเทคนิคคนอื่นๆดูก็ได้นะครับ ว่ามีอัตราการว่างงานของคนที่ทำอาชีพนี้อยู่มากน้อยขนาดไหน

     ยิ่งปัจจุบันที่งานรังสีเทคนิคพัฒนาไปไกลมาก ยิ่งมีความต้องการบุคคลากรที่มีความรู้ความชำนาญ

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นักรังสีเทคนิค.......ทำไงจะได้เป็น

     มีพ่อแม่หลายคนมาปรึกษาผม เรื่องอยากให้ลูกตัวเองเรียนแบบผม จะได้ทำงานดีๆ เงินเดือนดีๆ ชีวิตสุขสบาย ฯลฯ แต่ประทานโทษท่านเคยถามเด็กหรือเปล่าว่าเขาอยากเป็นแบบนี้ไหม ผมจะบอกอะไรให้ งานแบบนี้มันไม่ทำให้ใครรวยได้ทันทีทันใดหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็ต้องขึ้นเวรหนักเยี่ยงทาส ขยัน part time ตามศูนย์เอกซเรย์ บางคนก็ต้องทำธุรกิจส่วนตัว ทำขายประกัน ขายตรง และอื่นๆอีกมากมาย ตัวงานรังสีเทคนิคแท้ๆมันก็ไม่ต่างจากลูกจ้างบริษัททั่วๆไป เพียงแต่มันก็สามารถเลี้ยงชีพตัวเองและ

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

สวัสดีกันก่อนครับ

      สำหรับอาชีพนักรังสีเทคนิค หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเจ้าหน้าที่เอกซเรย์นั่นแหละครับ มันเป็นงานที่สำคัญมากๆ งานหนึ่งในระบบสาธารณสุข ถือว่าเป็นพระเอกของการวินิจฉัยโรคเลยหล่ะ ยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยี่มันก้าวไกลจนคนรุ่นเก่าอย่างผมตามแทบจะไม่ทัน เครื่องไม้เครื่องมือก็ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ให้ตายสิ มันจะอะไรกันนักกันหนาฟะเนี่ย เมื่อก่อนทำ CT Brain(มันคือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่สมองขอรับ)  คนไข้แค่คนเดียว ก็ล่อเข้าไปเกือบ 15 นาที ลุ้นสุดตัวทั้งคนทำและคนไข้