Comments system

[blogger][disqus][facebook]

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ดูอีสปอร์ตในเอเชียนเกมส์


วันนีี้เป็นวันหยุด ฝนก็ตกได้ทั้งวัน ออกไปไหนก็ลำบาก ผมก็เลยเปิดทีวีดูไปเรื่อยๆ จนไปเจอถ่ายทอดสดกีฬาเอเชียนเกมส์พอดี ดีเหมือนกัน จะได้เชียร์นักกีฬาไทยคว้าชัยชนะ แต่ดูๆไปชักสงสัย นี่มันกีฬาอะไรวะเนี่ย ไม่เห็นมีสนาม กล้องก็ถ่ายแต่นักกีฬานั่งนิ่งๆกดมือถือ พอดูไปซักพักเริ่มเข้าใจละว่านี่มันคือกีฬา E-Sport (พิมพ์ถูกมั้ยเนี่ย) จากนั้นไม่นานลูกชายทั้งสองคน พร้อมกับเพื่อนๆก็มานั่งหน้าจอทีวีกันอย่างพร้อมเพรียง ลูกชายบอกว่าวันนี้ทีมไทยแข่งด้วยนะพ่อ ทางเกมส์เค้าประกาศให้ช่วยกันเชียร์ไทย

เอาวะ ทีมไทยกีฬาอะไรตรูก็ต้องเชียร์ ผมเองก็ยังแปลกใจอยู่ว่าเอากีฬาแบบนี้มาบรรจุในเอเชียนเกมส์ได้ยังไง มันน่าจะแยกต่างหากเป็นรายการของตัวเอง แบบเอเชียน อีสปอร์ตเกมส์ อะไรแบบนั้นมากกว่า แต่ดูไปก็สนกเหมือนกันนะครับ เด็กก็ตะโกนเชียร์กันได้บรรยากาศเหมือนตอนเราเชียร์บอลกับเพื่อนยังไงยังงั้น

เด็กสมัยนี้โชคดีจริงๆนะ รุ่นผมนี่ถ้าใครเล่นเกมส์มากๆก็จะถูกมองว่าเป็นพวกติดเกมส์ ไม่มีอนาคต วันๆจมอยู่แต่หน้าจอคอม(สมัยนั้นเกมส์มือถือยังไม่มีแบบนี้) แต่มาตอนนี้วงการเกมส์ก้าวไปไกลมาก มีการแข่งขันเป็นทางการ มีเงินรางวัลสูงด้วย สมัยผมส่วนใหญมีแต่จัดแข่งตามห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็พวกเดินสายแข่งกินตังค์ ไม่ค่อยมีการแข่งขันที่ได้รับการยอมรับแบบนี้

โลกมันก้าวไปข้างหน้า คนเราก็ต้องก้าวไปเช่นกัน ผมมองว่ามันดีมากเลยนะที่มีการแข่งกีฬาอีสปอร์ตแบบนี้ ผมว่ามันเปิดโอกาสให้คนอีกกลุ่มหนึ่งได้มีพื้นที่แสดงความสามารถ แถมยังสร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีกด้วย

เดี๋ยวไปเล่นฝึกเกมส์กับเด็กๆมั่งดีกว่า โดนลูกชายบ่นว่า พ่อนี่ Noob จริงๆ หัวชักจะอุ่นๆแล้วสิ

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ถามตอบปัญหาคาใจเกี่ยวกับการเรียนและการทำงานรังสีเทคนิค

     ช่วงนี้มีผู้ปกครองและเด็กนักเรียนมาถามผมเยอะมากเกี่ยวกับเรื่อง การเรียนรังสีเทคนิค ซึ่งมันก็เป็นอย่างนี้เกือบทุกปี เพราะอาชีพแบบผมมันไม่ค่อยมีข้อมูลให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา มันก็เลยเป็นเหมือนงานลึกลับที่ยากจะเข้าถึง ไอ้เราก็ต้องคอยอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ วันนี้ผมเลยรวมคำถามที่โดนถามบ่อยๆมาให้ท่านได้อ่านกัน เผื่อมีใครสงสัยจะได้อ่านเป็นข้อมูลเพิ่มเติมจากความรู้เดิม

    ถาม - รังสีเทคนิคเรียนเกี่ยวกับอะไร
 
    ตอบ - เอาแบบตรงๆเลยนะ เรียนเกี่ยวกับการใช้รังสีกับมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วยสามสาขาหลักๆ คือ
1. รังสีวินิจฉัย คือการใช้รังสีเพื่อตรวจวินิจฉัยโรค หรือความผิดปกติในร่างกาย ที่เห็นๆกันทั่วไปคือการเอกซเรย์แบบธรรมดา และการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
2. รังสีรักษา คือการใช้รังสีปริมาณสูงเพื่อรักษาโรค เช่นการรักษามะเร็งด้วยรังสี การใส่แร่ หรือการฝังแร่
3. เวชศาสตร์นิวเคลียร์ คือการให้สารกัมมันตรังสีเข้าสู่ตัวผู้ป่วยเพื่อตรวจวินิจฉัย หรือรักษาโรค

   ถาม - มีที่ไหนเปิดสอนบ้าง
 
   ตอบ - สำหรับระดับปริญญาตรีตอนนี้มี 5 ที่นะครับ(ที่คณะกรรมการวิชาชีพให้การรับรอง) คือ มหิดล เชียงใหม่ นเรศวร สงขลานครินทร์ และจุฬา นอกจากนั้นไม่มีข้อมูลครับผม

   ถาม - แล้วถ้าเรียนจบแล้วมีงานทำมั้ย

   ตอบ - มีครับทุกวันนี้จำนวนนักรังสีเทคนิค ยังไม่ค่อยจะพอเลยครับ มีโพสหาคนทำงานเกือบทุกวัน เพราะคนที่เรียนจบมาแล้วไม่ทำงานด้านรังสีก็มีไม่น้อยนะครับ บางคนก็ไปเรียนต่อ ไปทำธุรกิจของครอบครัว ไปเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ ไปบวช ไปต่างประเทศ โอ๊ย เยอะครับ ยังไม่นับพวกรุ่นเก่าๆที่เลื่อนตำแหน่งไปทำงานบริหารอีก เรียกว่าอาชีพนี้ไม่ตกงานครับ และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน

   ถาม - รายได้ดีมั้ย

    ตอบ - ถ้าทำงานราชการก็เงินเดือนตามวุฒิครับ แต่จะมีรายได้อื่นเช่น ค่าเวร ค่าวิชาชีพ ซึ่งแต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกันต้องหาข้อมูลเอาว่าที่ไหนมีค่าพิเศษอะไรบ้าง สำหรับงานเอกชนตอนนี้ไม่น่าต่ำกว่า 20000 บาทสำหรับเงินเดือน(เด็กจบใหม่นะครับ) แต่ถ้าโรงพยาบาลใหญ่ๆก็เยอะกว่านี้แน่นอน มีการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าค่าตอบแทนของนักรังสีเทคนิคที่ทำงานไปประมาณ 3-5ปีจะมีรายได้ประมาณ 37000 บาทต่อเดือน ซึ่งมันก็แล้วแต่ท่านนะครับว่ามันพอกินพอใช้มั้ย

   ถาม -  จำกัดส่วนสูงกับน้ำหนักมั้ย

   ตอบ - เรียนรังสีนะจ๊ะ ไม่ใช่นางแบบ ถ้าไม่ทุพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ มันก็ผ่านหมดล่ะครับ

   ถาม - ไม่ชอบวิชาคำนวน จะเรียนได้มั้ย

  ตอบ - ในการเรียนระดับลึกๆยังไงก็ต้องมีคำนวนแน่นอน แต่มันไม่ได้ยากอะไรมากมายขนาดนั้น ตอนผมเรียนคนชอบวิชาคณิตศาสตร์กับฟิสิกส์ มีไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ คนไม่ชอบเยอะกว่าอีก แต่ก็จบกันมาได้ทุกคน พอไปทำงานมันก็ไม่ได้คำนวนอะไรมากมาย พวกวิชาสายชีววิทยา จิตวิทยา ยังได้ใช้เยอะกว่าอีกครับ
 
       

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เปลี่ยนบรรยากาศมาเชียร์นักร้องบ้าง

     ปกติผมเป็นคนชอบเล่นดนตรี ชอบฟังเพลง แต่ร้องเพลงได้ห่วยขั้นเทพ อันนี้จากเสียงโหวตของคนรอบข้างนะครับ เมื่อวันอาทิตย์ได้ดูรายการ The Voice Thailand Season 4 โดยบังเอิญ รู้สึกชอบแฮะ มีคนร้องดีเยอะกว่าที่คิดนะปีนี้ นึกว่าจะกร่อยๆเหมือนรายการประกวดอื่นๆ มีคนที่ชอบอยู่หลายท่านเลยนะครับ

     คนนี้ชอบมากครับ แนวเดียวกันเลยชอบเป็นพิเศษ น้องเบสท์ ทิฏฐินันท์  อ้นปาน กับเพลงชอบของผมเลย สิ่งเหล่านี้


     ชอบที่น้องร้องเต็มเสียงดี ฟังแล้วอิ่ม เชียร์น้อง พลอย พลอยไพลิน หาญนอก เพลงไทยต้องร้องเสียงเต็มแบบนี้หล่ะครับ

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ปัญหาการตั้งค่า Exposure technique สำหรับระบบ CR

     หลังจากคราวที่แล้วผมได้พูดคุยเกี่ยวกับการเริ่มต้นใช้ังานระบบ CR ซึ่งกว่าจะได้ใช้ก็เล่นเอาเหนื่อย ทีนี่มาเจอปัญหาเกี่ยวกับการตั้งค่า Exposure technique ซึ่งวิศวกรของบริษัทเจ้าของระบบ ก็แนะนำให้ใช้ High kV technique ซึ่งจากการทดลองก็พบว่าได้ผลพอสมควร แต่ภาพที่ได้ยังปรับค่าได้ยาก ( ทดลองโดยใช้เทคนิค 100 kV , 2mAs และเทคนิค 85 kV, 5mAs สำหรับการถ่ายเอกซเรย์ปอด) นอกจากนั้นยังพบปัญหาการเกิดภาพซ้อน ซึ่งเท่าที่สังเกตจะเกิดจากการนำ Image plate ที่ถ่ายภาพพวก Abdomen, KUB หรือ Pelvis มาใช้ถ่าย Chest แบบ High kV (หมอที่ รพ.ชอบภาพ Abdomen แบบ High mAs มากกว่า เราเลยต้องจัดให้ตามคำขอ)

     หลังจากนั้นจึงทดลองปรับค่า mAs ใหม่ โดยเพิ่มค่า mAs จากเดิมที่เคยใช้ประมาณ 10 % พบว่าภาพที่ได้ดูดีขึ้น ปรับภาพง่ายขึ้นครับ พอลองคุยกับเพื่อนร่วมงานในแผนก ทุกคนก็โอเคดีนะครับ (ที่จริงผมว่าพี่เขาขี้เกียจจำค่าเทคนิคอันใหม่มากกว่า 55) ถ้าใครเพิ่งเริ่มใช้ CR ช่วงแรกถ้ายังทำ Exposure Chart ไม่เสร็จ ก็เอาสูตรนี้ไปใช้ก็ได้ครับ คือให้ kV เท่าเดิมที่เคยใช้ แต่เพิ่ม mAs ขึ้น 10% (หรือ 1 สเตป ถ้าขี้เกียจจำ) แต่ต้องทดลองดูก่อนนะครับ เพราะ CR แต่บริษัทมันสเปกไม่เหมือนกันครับ ผมเองก็ใช้วิธีบ้านๆแบบนี้หล่ะครับ

     อย่าลืมเอาภาพไปให้หมอท่านดูก่อนนะครับ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง ตอนแรกๆอาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะงานรังสีเทนิคแบบเรา มันต้องแล้วแต่คุณหมอ ถ้าหมอไม่เอาด้วยเราก็ลำบาก แต่ต้องไม่ทำอะไรที่เสี่ยงหรือทำผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ(ที่ตรูก็จำไม่ค่อยจะได้แล้ว)นะครับ

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความท้าทายใหม่กับระบบ CR

 
 
หลังจากพยายามมานาน ในที่สุดผมก็ได้ใช้งานระบบ CR กะเขาซักที อาจจะช้าไปบ้างแต่ก็ถือว่ายังดีกว่าไม่ได้ใช้ เนื่องจากต้องทนกับระบบการล้างฟิล์มด้วยน้ำยามาหลายปี จนเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง สายตาก็เริ่มมีปัญหา ถึงแม้ว่าเราจะป้องกันตัวเองอย่างไร ในระยะยาวเราก็ต้องได้รับผลข้างเคียงจากน้ำยาล้างฟิล์มอยู่ดี

     ระบบ CR มันดีตรงที่เราไม่ต้องไปเลี่ยนหรือดัดแปลงเครื่องเอกซเรย์(ซึ่งมันก็เก่าแล้ว) เราเปลี่ยนที่ระบบการสร้างภาพ จากเดิมที่เราต้องเอาฟิล์มไปล้างในห้องมืด แล้วได้แผ่นฟิล์มออกมา แต่ในระบบ CR เราใช้ Image plate เป็นตัวรับภาพแทนคาสเซท แล้วจึงนำ Image plate ไปเสียบเข้าเครื่อง CR แล้วไอ้เจ้าเครื่อง CR นี้มันก็จะแปลงภาพมาเป็นไฟล์ติจิตอล แสดงบนหน้าจอ ซึ่งไฟล์เหล่านี้เราสามารถส่งต่อให้แพทย์ดูได้ทางระบบ Network ของโรงพยาบาล หรือจะดูผ่าน Internet ก็ได้

     นับเป็นสิ่งท้าทายสำหรับนักรังสีเทคนิค ที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี่สมัยใหม่ และต้องควบคุมคุณภาพของภาพรังสีให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ยอมรับว่าตอนแรกผมต้องปรับตัวเรียนรู้อยู่พอสมควร กว่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง มีปัญหา อุปสรรคอยู่พอสมควรเดี๋ยววันหลังผมจะมาเล่าต่อนะครับ วันนี้แค่นี้ก่อนครับ งานเข้าล่ะ

   

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มะเร็งตับ.....ทำไมมันเยอะจังฟระ!!

     เนื่องจากการนั่งกดแป้นพิมพ์เครื่อง CT Scan อยู่ทุกวันๆ ผมเจอผู้ป่วยมาด้วยมะเร็งตับ หมอสงสัยมะเร็งตับ เยอะมากๆๆๆ เอาเป็นว่าเกือบทุกวันที่ผมมาทำงานเลยก็ว่าได้ เฮ้ย! คนไทยเป็นมะเร็งตับกันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ มันบ้ามากที่เราเจอผู้ป่วยมะเร็งตับมาเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เกือบทุกวัน อีกหน่อยคงเป็นกันทั้งเมืองแล้วมั้งเนี่ย

     ที่จริงแม้แต่คนที่ผมรู้จักก็จบชีวิตด้วยมะเร็งตับไปหลายคน ซึ่งจะว่าไปส่วนใหญ่ก็เป็นพวกดื่มหนักทั้งนั้น มีเป็นบางคนที่ไม่ดื่มเหล้าแต่ก็สูบบุหรี่จัด หรือไม่ก็พวกชอบกินสุกๆดิบๆ น่าแปลกที่เราเป็นประเทศไม่ค่อยรวยเท่าไหร่แต่กลับมีสถิติการดื่มสุราที่สูงติดอันดับต้นๆของโลก สงสัยเข้าตำรา "จน เครียด กินเหล้า" ทั้งที่บ้านเรามันร้อนบรรลัย แต่อัตราส่วนคนดื่มเหล้าก็ยังสูง

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ปัญหาจากโครงการรถคันแรก

     อ่านชื่อหัวข้อแล้วอย่าเพิ่งคิดว่าวันนี้ผมจะพูดเรื่องการเมืองนะครับ ผมจะเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน และบางทีอาจจะเกิดขึ้นในหลายๆที่เช่นกัน

     หลังจากมีโครงการรถคันแรกออกมา พบว่ามีเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการกันเป็นจำนวนมาก แม้แต่น้องๆที่เพิ่งจบการศึกษา ยังไม่ทันมีเงินเก็บอะไร ก็เอากับเขาด้วย ผมเองก็ไม่ว่าอะไร สุดแท้แต่กำลังของใครจะจัดการชีวิตของตัวเอง