Comments system

[blogger][disqus][facebook]

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เพื่อนรักนักขาย

     วันนี้ผมไปเจอเพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่บ้าน ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่า เพราะมันไปด้อมๆมองอยู่หน้าบ้าน ไอ้ผมก็นึกว่าเป็นขโมยหรือเปล่าหว่า อ้าว... เพื่อนเก่าเรานี่เอง ด้วยความดีใจที่ไม่ได้เจอกันมานานร่วมสิบปี ก็เลยชวนเข้ามากินข้าวกันที่บ้าน จะได้พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกัน

     ผมเองรู้สึกแปลกๆที่มันหิ้วกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมโดนหลอกมาเยอะ ทั้งพวกเซลส์ ขายประกัน หรือพวกอาหารเสริม ก็เลยพอจะมีเซนส์อยู่บ้าง เลยลองถามเล่นๆว่า เฮ้ยตอนนี้ -ึง ทำอะไร มีครอบครัวหรือยัง ทีนี้หล่ะครับมาเป็นชุดๆเลย ทั้งแผนการตลาด ทั้งแผนภูมิรายได้อะไรของมันก็ไม่รู้ แถมจะมาสาธิตเครื่องกรองน้ำให้ผมดูอีก โอ้ว..นี่มันพกเครื่องกรองน้ำติดตัวเลยหรือนี่ ผมต้องรีบเบรกไว้ก่อน กลัวว่ามันจะไปกันใหญ่ เอาเป็นว่าเรามากินข้าวแล้วคุยกันดีกว่า

     ระหว่างกินข้าวมันก็ยังไม่หยุด พยายามหาช่องทางขายของอยู่ตลอดเวลา จนพ่อของผมต้องขอตัวไปก่อนเนื่องจาก เพื่อนผมมันพยายามเสนออาหารเสริมอะไรก็ไม่รู้ ช่วยสลายไขมัน ต้านอนุมูลอิสระอีก สำหรับนักรังสีเทคนิคอย่างเราแล้ว ไอ้เจ้าอนุมูลอิสระมันเป็นบทเรียนระดับเบสิค ที่ทุกคนต้องผ่านมาอยู่แล้ว ผมเลยแกล้งถามว่าอนุมูลอิสระคืออะไร และมีผลอย่างไรกับร่างกาย เพื่อนมันก็ตอบอย่าฉะฉานมั่นใจ ราวกับว่าได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อตอบคำถามเหล่านี้ ผมถึงกับทึ่งเหมือนกัน เพราะข้อมูลมันแน่นมากๆ แสดงว่าหาข้อมูลมาเป๊ะดีนี่หว่า

     กินข้าวเสร็จมันยังไม่ละความพยายาม ที่จะเอาผมไปเป็นสมาชิกต่อจากมัน ผมเองไม่ค่อยชอบงานแบบนี้ก็เลยปฏิเสธไป มันก็ยังอุตส่าห์บอกว่าพรุ่งนี้จะมาใหม่ และจะพาคนที่ประสบความสำเร็จมาคุยด้วย ผมก็เลยบอกว่า "วันพรุ่งนี่มาได้ไม่เป็นไร แต่เอาเรื่องขายของกับสมัครสมาชิกไว้ที่บ้าน-ึงเลยนะ มาแต่ตัวกับความเป็นเพื่อนเหมือนเมื่อก่อนก็พอ" เพื่อนมันก็ยิ้มแหยๆ แล้วบอกว่า งั้นเราขอตัวก่อนนะ แล้วมันก็ขับรถกลับไปหน้าตาเฉย

     ได้ข่าวจากเพื่อนคนอื่นว่า ไอ้เจ้าเพื่อนคนนี้มันไปหาเพื่อนเก่าทุกคน และทุกคนก็โดนเหมือนกัน บางคนก็ช่วยซื้อของ บางคนก็สมัครช่วยมัน บางคนก็ไล่หนี บางคนถึงกับตัดเพื่อนกันเลยทีเดียว สำหรับผมไม่มีปัญหาอะไรครับ คุยกันได้ แต่แบบเพื่อนนะครับ ได้โปรดอย่ามาเอาผมไปเป็นสมาชิกเลย เว้นไว้ซักคนเถอะ

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คุยกันชิวๆเรื่องรังนก

     ผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เคยซื้อผลิตภัณฑ์รังนกสำเร็จรูปกับเขาซักที ไม่ว่าจะเอามากินเอง หรือซื้อไปฝากคนอื่น รู้สึกว่ามันแพงเวอร์ ใช้การโฆษณาเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าจนเกินเหตุ อันนี้เป็นความรู้สึกของผมเองอ่ะนะ ยิ่งเห็นผลการวิจัยของท่าน รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ ม.มหิดล ก็ยิ่งมั่นใจว่า นี่ตูไม่ได้รู้สึกไปเองนี่หว่า มันมีคนวิจัยเรื่องนี้แล้วนะครับ ผลงานวิจัยชิ้นนี้บอกว่า รังนก 1 ขวดมีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากับนมสดครึ่งช้อนโต๊ะ หรือถั่วลิสง 2 เมล็ด หรือไข่นกกระทา 1/4 ฟอง โอ้ว.... พระเจ้า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เมื่อมองดูราคาขายเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ คงไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขก็รู้ว่ามันแพงขนาดไหน

     คำถามก็คือ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าชนิดนี้ที่คนไทยรับรู้ มันเป็นอย่างไร ถ้าดูจากสื่อโทรทัศน์ ก็พบว่ามันสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวสินค้าอย่างมาก ทั้งพรีเซนเตอร์ และข้อมูล(ที่ไม่รู้ว่าจริงแค่ไหน) ถ้าเราไม่ฉุกคิดสักนิดก็อาจจะพลอยเห็นดีเห็นงามตามนั้นไปด้วย

     ประเทศไทยของเรา นิยมบังคับใช้กฎหมายแบบศรีธนชัย คืออาศัยช่องว่างทุกจุดเพื่อหาประโยชน์ บ้านเมืองเราจึงเต็มไปด้วยการให้ข้อมูลผิดๆ หรือข้อมูลแบบคลุมเครือกับประชาชน พอถูกจับได้ก็หาข้ออ้างต่างๆนาๆ มาแก้ตัว เช่น ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คุณตีความผิดหรือเปล่า บลาๆๆๆ ทั้งๆที่คนทั้งประเทศก็รู้ว่าทำเพื่ออะไร แต่ก็ไม่สามารถใช้กฎหมายเล่นงานได้(ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม)

     สำหรับเรื่องรังนกเนี่ย ถ้าคุณมีตังค์และไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ซื้อไปเถอะครับ แต่อย่าหวังว่ามันจะเป็นยาวิเศษช่วยให้คุณดูอ่อนกว่าวัย อย่างในโฆษณานะครับ ถ้าเป็นผมจะหานมดื่มดีกว่า สบายกระเป๋า และได้คุณค่าทางอาหารเหมือนกัน(อาจจะมากกว่าด้วย ถ้าใช้งบประมาณเท่าๆกัน)

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แต่งกลอนวันแม่ให้แม่ครับ

     ผมเองไม่ค่อยได้มีเวลาไปดูแลแม่มากนัก เนื่องจากภาระการงานและครอบครัวของตัวเอง ทุกวันนี้ยังรู้สึกผิดในใจ ที่ไม่สามารถตอบแทนพระคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูมา จนเป็นผู้เป็นคนอย่างทุกวันนี้

     พอเราได้เป็นพ่อคน ถึงได้รับรู้ว่าความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน ถ้าใครมีโอกาสที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ล่ะก้อ ขอให้คุณทำอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยครับ มันเป็นสิ่งที่ประเสริฐอย่างมาก และผมก็ขออนุโมทนากับกุศลอันนี้ด้วยนะครับ

     เอาล่ะวันี้ผมขอนำเสนอกลอนวันแม่ ที่ผมแต่งขึ้นเองครับ อาจจะไม่ค่อยไพเราะเท่าไหร่แต่มันมาจากใจเลยนะครับ

     "ขอมอบกลอนจากใจให้คุณแม่

ผู้มีแต่คำว่าให้กับลูกหลาน

เมื่อลูกผิดแม่นี้คอยทัดทาน

ให้พ้นผ่านอุปสรรคไปด้วยดี

     คำว่ารักของท่านช่างยิ่งใหญ่

มากเกินกว่าสิ่งใดๆในโลกนี้

ทำเพื่อลูกมาตลอดทั้งชีวี

ลูกคนนี้จะรักแม่ตลอดไป"

      ผมตั้งใจว่าวันแม่ปีนี้จะพาลูกๆกลับไปไหว้คุณแม่ของผมด้วย อยากให้ลูกๆได้ซึมซับกับบรรยากาศของครอบครัวครับ และอยากไปหอมแก้มแม่ซักฟอดใหญ่ๆ คิดถึงแม่จังเลยครับ

อยากได้ Tablet กะเขามั่ง

ผมเองที่จริงก็ไม่ได้เก่งคอมพ์อะไรเลย ออกจะโง่ๆด้วยซ้ำไป เห็นน้องที่ทำงานเอา Tablet  มาอวดก็เกิดกิเลสอยากได้กะเขามั่ง เลยลองสำรวจราคาเอาเองได้ผลประมาณนี้ครับ

Motorola Xoom

หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1280x800 พิกเซล มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb (สามารถอัพเกรดได้ แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดครับ) ใช้ชิปประมวลผล 1GHz dual-core แรม 1GB หน่วยความจำภายใน 32GB มีกล้องหน้าหลัง ของดีจากพี่มะกันครับ

ราคาโดยประมาณ 19,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 23,900 บาท สำหรับรุ่น 3G

BlackBerry PlayBook

แท็บเล็ตจาก Research In Motion หน้าจอขนาด 7.1 นิ้ว ความละเอียด 1200x600 พิกเซล ใช้หน่วยความจำ 1GHz dual-core processor พร้อมกล้องหน้าหลัง (ใช้ระบบปฏิบัติการเฉพาะของ Blackberry เอง แต่สามารถลงแอพเพื่อให้ใช้ Android ได้) รองรับ Flash แต่ไม่มี 3G และมีข่าวลือว่าประมาณปลายเดือนนี้ BlackBerry PlayBook จะได้ตัวอัพเดตภาษาไทยแล้ว เห็นแล้วน้ำลายไหล

ราคาประมาณ 16,990, 18,990, และ 21,990 บาท สำหรับรุ่น 16GB, 32GB และ 64GB ตามลำดับ

HTC Flyer

แท็บเล็ตขนาดเล็กจาก HTC หน้าจอขนาด 7 นิ้ว รองรับการใช้งาน Magic Pen ที่สามารถเขียนตัวหนังสือ แทนการพิมพ์ได้ ใช้ชิปประมวลผล 1.5GHz Qualcomm Snapdragon ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread

ราคาประมาณ 21,500 บาท อืม.... ขอคิดดูก่อน

Acer Iconia Tab

ระบบปฏิบัติ การ Android Honeycomb OS การออกแบบดูแข้งแรง และก็หนากว่าคู่แข่งด้วยครับ ใช้ชิป NVIDIA Tegra 2 1GHz dual-core มีหน้าจอ 10.1 นิ้ว แรม 1GB ไม่มี 3G ครับ (ใครที่สนใจ 3G ให้ไปมอง Acer Iconia Tab A501 ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้ครับ)

ราคา 14,900 บาท และ 15,900 สำหรับรุ่น 16GB และ 32GB

Apple iPad 2

เป็นอันที่ผมอยากได้ครับ จาก Apple หน้าจอ Gorilla Glass ทนโครตๆ(เขาว่างั้นนะครับ) และแอพเด็ดๆ อีกมากมายใน App Store หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว ใช้ชิป dual-core A5 มีกล้องหน้าหลัง แบตเตอรี่ใช้งานได้ 10 ชม. มีทั้งรุ่น Wi-Fi และ 3G

ราคาเริ่มต้นที่ 15,900, 18,900, 21,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi 16GB, 32GB, และ 64GB และ 19,900, 22,900, และ 25,900 บาท สำหรับรุ่น 3G 16GB, 32GB, และ 64GB

เฮ้อ อยากจะบอกว่าผมอยากได้อยู่หลายตัวนะครับ แต่ไม่รู้ว่าท่านผู้บัญชาการของผมจะอนุมัติเมกกะโปรเจคนี้หรือไม่
 ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลยั่วกิเลสอันนี้ จาก เว็บสนุกดอตคอม ครับผม

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ขอบเขตการทำงานของนักรังสีเทคนิค

     สวัสดีครับไม่ได้เขียนบทความเสียนาน เนื่องจากภรรยาผมได้ตั้งท้องลูกคนที่สอง จึงต้องให้เวลากับครอบครัวมากหน่อย คนที่มีลูกเมียน่าจะเข้าใจดีนะครับ

     วันนี้ผมขอพูดถึงขอบเขตหน้าที่ของนักรังสีเทคนิคหน่อยนะครับ เนื่องจากผมได้เจอเหตุการณ์นี้ที่แผนกของผมเอง เรื่องก็คือมีผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจ CT Scan Upper Abdomen แต่ว่าผู้ป่วยมีปัญหาเส้นเลือดเปราะ และมีขนาดเล็ก พยาบาลไม่สามารถเปิดเส้นเลือดเพื่อฉีด Contrast Media (สารทึบรังสี)ได้ พยาบาลและนักรังสีเทคนิคจึงลงความเห็นว่าทำต่อไม่ได้ จึงหยุด Case นี้เพียงเท่านั้นและให้ผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วยไป หลังจากนั้นก็ส่งฟิล์มให้รังสีแพทย์อ่านผล เป็นการทำ CT Scan Upper Abdomen แบบไม่ฉีดสารทึบรังสี โดยไม่ได้รายงานว่าเกิดอะไรขึ้นจึงไม่ได้ฉีดสารทึบรังสี

     ผมกลับมาทำงานในตอนเช้าวันจันทร์ (ผู้ป่วยมาตรวจในวันอาทิตย์) มีโทรศัพท์เข้ามาจากหมอเจ้าของไข้ ขอความชัดเจนว่าทำไมไม่ฉีดสารทึบรังสี ผมเองก็งงอยู่พักนึงเพราะยังไม่มีใครรายงานรายละเอียดให้ทราบ เลยต้องกลับมาถามน้องๆที่อยู่เวรตอนนั้น พอรู้เรื่องเล่นเอาแทบเป็นลมขอรับ เพราะพวกเขามา Off Case โดยพละการ แล้วไม่ยอมรายงานหมอเจ้าของไข้ หมอก็เลยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็เลยต้องรายงานหมอไปตามนั้น และขอตรวจผู้ป่วยคนนี้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เรียบร้อยครับ ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนก็พลอยโล่งอกไปตามๆกัน

     แต่ที่ผมต้องทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในแผนก ก็คือถ้าเราจะต้องเปลี่ยนแปลง Order ของหมอ จะต้องรายงานแพทย์เจ้าของไข้ทุกครั้ง อย่าทำเองตามใจชอบ เพราะเราจะต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้นๆ ดีแต่ว่าผู้ป่วยคนนี้ไม่ได้เป็นโรคที่มีอันตรายในเวลาอันสั้น ไม่งั้นผมคงต้องปวดหัวมากกว่านี้


  

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เปลี่ยนหลอดเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

    
     ตอนนี้ผมกำลังรอช่างมาเปลี่ยนหลอดเอกซเรย์ของเครื่องCT เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีผู้ป่วยเยอะมากๆ เรียกว่ามากที่สุดในรอบหลายๆปีเลยทีเดียว ทำให้หลอดเอกซเรย์เจ๊ง อันนี้ว่ากันตามสภาพครับ สำหรับการเปลี่ยนหลอดเอกซเรย์ เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องแจ้งทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้เข้ามาทำการตรวจมาตรฐานของเครื่องเอกซเรย์อีกครั้งครับ เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนผู้มารับบริการ

     เรื่องปริมาณรังสีที่ได้รับจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์นั้น ผมเองก็ต้องตอบคำถามอยู่เกือบทุกวันครับ ที่จริงมันก็เป็นความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน สำหรับการเข้ารับการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพราะมันใช้ปริมาณรังสีสูงกว่าเอกซเรย์ทั่วไปมาก ถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ แพทย์เขาไม่ส่งตรวจกันง่ายๆหรอกครับ แต่ที่ทุกวันนี้มีการส่งตรวจมากขึ้น น่าจะเกิดจากความต้องการของผู้ป่วยที่มากขึ้น และยังมีกฎหมายเกี่ยวกับการฟ้องร้องแพทย์อีก ทำให้แพทย์จำเป็นต้องใช้การวินิจฉัยที่ละเอียดมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งประเด็นนี้น่าจะมีน้ำหนักมาก ในการทำให้อัตราการส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สูงขึ้นอยา่งมาก

     ผมเองก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก แค่รู้สึกเหนื่อยมากขึ้น คงเพราะผู้ป่วยมากขึ้น หรือว่าเราแก่ลงหว่า ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน เอาเป็นว่ารอช่างต่อไปดีกว่า

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ชีวิตหลังเลือกตั้ง

     หลังจากที่เคยกล่าวถึงการแลือกตังครั้งนี้ไปแล้วในหัวข้อ เทศกาลเลือกตั้งมาแล้วครับ ในที่สุดก็จบกันไปเสียที สำหรับการเลือกตั้ง 2554 ผลก็คงเป็นอย่างที่ทราบกัน ว่าเรากำลังจะได้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนตัวผมเองก็ไม่รู้สึกอะไรมากนัก รอดูการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ไปก่อนครับ ถ้าได้ความอย่างไรผมจะมาเล่าให้ฟังอย่างแน่นอน

     ที่บ้านผมในวันเลือกตั้งบรรยากาศคึกคักมาก แต่ละคนก็รีบออกไปลงคะแนนเสียงกันแต่เช้า แล้วก็กลับมานั่งลุ้นคะแนนพรรคที่แต่ละคนเชียร์ เหมือนดูกีฬาโอลิมปิกยังไงยังงั้น สุดท้ายผลก็อย่างที่ทุกคนทราบ คุณชูวิทย์ที่ผมแอบเชียร์อยู่ก็ได้เป็นฝ่ายค้านสมใจ ทีนี้ก็รอดูว่าแกจะโชว์ผลงานได้สมราคาคุยหรือเปล่า

     ถ้าถามใจผมว่าอยากได้อะไรจากรัฐบาลชุดนี้ ก็ต้องบอกว่าอยากให้ปรับปรุงระบบราชการ ให้มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพกว่านี้ และแน่นอนที่สุด เรื่องสวัสดิการด้วยล่ะครับ แต่ก็คงต้องดูภาพรวมของระบบเศรฐกิจก่อน ว่าพอไปไหวไหม ถ้าจะทุ่มเทงบประมาณเพื่อทำประชานิยม ตามที่ได้หาเสียงเอาไว้ ช่วงนี้ผมเริ่มได้ยินหลายคนพูดถึงนโยบาย ให้เงินเดือน 15000 บาท สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรี เอาแล้วไง ยังไม่ทันตั้งรัฐบาล ก็มีคนทวงสัญญาซะแล้ว

     ผมเองคิดว่าคุณยิ่งลักษณ์มีฝีไม้ลายมือในการบริหารงานอยู่พอสมควร จากที่ได้ศึกษาประวัติการทำงานของท่านนะครับ แต่ในการบริหารประเทศจะเป็นยังไง ต้องรอดูด้วยกันครับ เพราะบรรดา เสือ สิห์ กระทิง แรด ทั้งหลายคงต้องงัดสารพัดลวดลายมาต่อรองทางการเมืองอย่างแน่นอน ผมไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าให้ประเทศไทยของเราสงบสุขเสียที ถ้าทำได้ แค่นี้ก็สุดยอดแล้วครับ